ALL  มาตามนัดกำไรQ1/62โต15.11%ตอกย้ำความแข็งแกร่งธุรกิจ 3ปีโตเท่าตัว โอนแบ็กล็อก – ขายสต็อก - เปิดโครงการใหม่ จ่อทยอยรับรู้รายได้

Last updated: May 16, 2019  |  102 จำนวนผู้เข้าชม  |  Business news

ALL  มาตามนัดกำไรQ1/62โต15.11%ตอกย้ำความแข็งแกร่งธุรกิจ 3ปีโตเท่าตัว โอนแบ็กล็อก – ขายสต็อก - เปิดโครงการใหม่ จ่อทยอยรับรู้รายได้


กรุงเทพฯ - บิ๊กบอส “ALL” โชว์งบไตรมาส 1/62 รายได้รวม 852.36 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 97.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.11% เมื่อเทียบไตรมาส 1/61 หลังบุ๊คยอดโอน 824.98 ล้านบาท พร้อมการันตีผลงาน 3 ปีจากนี้ เติบโตปีละเท่าตัว จากการโอนแบ็กล็อก – ขายสต็อก - เปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุด ณ ไตรมาส 1/62 ตุนแบ็กล็อก รอบุ๊กกว่า 7,200 ล้านบาท และมีสินค้าเหลือขายในมือกว่า 12,000 ล้านบาท พร้อมเผยในปี 62 มี 5 โครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่ มูลค่ารวม 8,600 ล้านบาท ขณะเดียวกันเตรียมเปิ ดขายคอนโดมิเนียม 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 18,250 ล้านบาท รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่ องในอนาคต 


นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรั พย์เพื่อที่อยู่อาศั ยหลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลู กค้าในทุกกลุ่มแบบครบวงจร (Total Real Estate Solutions) ตอกย้ำถึงแนวโน้มทิศทางภาพรวมธุ รกิจของ ALL หลังจากนำหุ้นเข้าจดทะเบี ยนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2562 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562 บริษัทมีรายได้รวม  852.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277.92 ล้านบาท หรือคิดเป็น 48.4% เมื่อเทียบจากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 97.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.74 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.11% เมื่อเทียบจากปีก่อน เนื่องจากการรับรู้รายได้ จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ 4 โครงการ มูลค่ารวม 669.98 ล้านบาท ทั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนให้เห็ นถึงความตั้งใจในการบริ หารงานของบริษัท และเชื่อมั่นว่ าภาพผลประกอบการในอนาคตของ ALL หลังจากนี้ต่อไป จะมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่ อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่บริ ษัทฯ วางไว้ ในการก้าวสู่การเป็นบริษัทพั ฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำติดอั นดับ 1 ใน 10 ของประเทศ 


โดยในช่วง 3 ปีจากนี้ (ปี 2562 - 2564) บริษัทฯ คาดว่า แนวโน้มผลประกอบการจะเติบโตเพิ่ มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทฯ มีการทยอยรับรู้ยอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีในมืออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมีโครงการที่รอการขาย ซึ่งสามารถสร้างยอดขายให้บริษั ทฯ รวมถึงบริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตอี กหลายโครงการ  โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม ประมาณ 7,200 ล้านบาท จาก 13 โครงการในมือ ซึ่งในปี 2562 บริษัทฯ จะทยอยรับรู้ประมาณ 60 - 70% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ ถึงปี 2566 ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมีสินค้าเหลือขาย (Inventory) ในมือมูลค่ารวมกว่า 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าพร้อมโอนภายในปี นี้ ประมาณ 40% ซึ่งจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ทั นทีหลังการขาย 
 

สำหรับในปี 2562 บริษัทฯ จะมีโครงการคอนโดมิเนียมแล้ วเสร็จ จำนวน 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,600 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการ ไรส์ พระราม 9 (Rise Rama 9) มูลค่าโครงการ 1,594 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 1/2562 2. โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว - นวมินทร์ (The Vision Ladprao - Nawamin) มูลค่าโครงการ 1,391 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 2/2562 3. โครงการ อิมเพรสชัน ภูเก็ต (Impression Phuket) มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 4. โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 (The Excel Hideaway Sukhumvit 71) มูลค่าโครงการ 1,596 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 4/2562 และ 5. โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50 (The Excel Hideaway Sukhumvit 50) มูลค่าโครงการ 2,011 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 4/2562

ส่วนแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ ในปี 2562 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจะเปิดตั วโครงการใหม่รวม จำนวน 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 18,250 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ (High Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ในทำเลทองหล่อ 12 ทองหล่อ 16 และโครงการ อิมเพรสชัน เอกมัย (Impression Ekkamai) ส่วนอีก 3 โครงการ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ ไรส์ (Low Rise) ได้แก่ ทำเลสุทธิสาร ซอย 20 มิถุนา แยก 5 และลาซาล 83 ซึ่งปัจจุบันมีที่ดินแล้วทั้ งหมด เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่ อเนื่องในอนาคต 


“ในช่วงไตรมาส1/2562 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย (Impression Ekkamai) พัฒนาภายใต้บริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด (AHJ Ekkamai) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ALL ถือหุ้น 51% กับ Hoosiers Asia Pacific และ Kyushu Railway Company เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิ จรถไฟฟ้าและธุรกิจหลายด้ านในประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้นในสัดส่วน 49% และโครงการในทำเลทองหล่อ (ทองหล่อ 16) พัฒนาภายใต้บริษัท เอจี ทองหล่อ 12 จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ALL ถือหุ้น 62% กับ Ground Property เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสั งหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ ถือหุ้นในสัดส่วน 38% ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี”  

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการพั ฒนาโครงการบนพื้นที่ศักยภาพ เกาะแนวระบบขนส่ งมวลชนระบบรางของกรุงเทพฯ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT) ในรัศมี 1 - 2 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟฟ้า รวมถึงการออกแบบด้วยความทันสมั ยและเป็นเอกลักษณ์ เน้นฟังก์ชันการใช้งาน พื้นที่ใช้สอย พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งแวดล้อมที่ดี มุ่งเน้นการอยู่อาศัยได้จริง ในราคาที่จับต้องได้ “ALL ได้แบ่งสัดส่ วนการขายโครงการระหว่างลูกค้าต่ างประเทศและลูกค้าภายในประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีนโยบายขายให้ลูกค้าต่างประเทศ ในสัดส่วน 30 - 40% เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดให้บริษั ทฯ หลังการขาย ซึ่งบริษัทฯ สามารถเก็บเงินดาวน์ได้ทันที 30% ของราคาขายจากลูกค้าต่างชาติ เป็นกระแสเงินสดเข้ามาในบริษัทฯ ทันที ส่วนที่เหลืออีก 70% ลูกค้าต่างชาติ มักโอนด้วยเงินสด ทำให้หมดปัญหาเรื่องยอดปฏิเสธสิ นเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในโมเดลทางการเงิ นของบริษัทฯ ที่สามารถสร้างความแข็งแกร่ งของสถานะทางการเงิน และสามารถเพิ่มสภาพคล่ องทางการเงิน เพื่อขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ วและต่อเนื่องในอนาคต ” นายธนากร” กล่าวทิ้งท้าย