สัมผัสกรุ่นกลิ่นไอความงดงามของสายน้ำแห่งธรรม ที่ “กว๊านพะเยา”  

Last updated: Oct 14, 2019  |  762 จำนวนผู้เข้าชม  |  Travel Blog

สัมผัสกรุ่นกลิ่นไอความงดงามของสายน้ำแห่งธรรม ที่ “กว๊านพะเยา”  


      วัน..ก่อนได้มีโอกาสเดินทางไปแอ่วยังจังหวัดพะเยา ผู้เขียนก็สุดแสนจะดีใจ ทว่าภารกิจหลักคือการทำข่าวช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยผู้เขียนเองได้ร่วมเดินทางมากับคณะทีมพญานาค 2 หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ก็เลยถือโอกาสเดินเที่ยวลัดเลาะริมน้ำริมตลิ่ง ณ กว๊านพะเยานั่นเอง 
 

“กว๊านพะเยา” ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของทางภาคเหนือ ทั้งยังเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย  หลายๆคน อาจจะยังไม่รู้ว่า คำว่า “กว๊าน” นั้นหมายถึงอะไร กว๊านก็หมายถึง “บึง” ไงละจ้ะ อันเป็นบึงใหญ่ที่มีความกว้างสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว ทั้งยังโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาใหญ่ นั่นก็คือ “ดอยแม่ใจ” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตก กว๊านพะเยาจึงถือเป็นแลนด์มาร์ค และเป็นสถานีที่ท่องเที่ยวอันยอดฮิตของบรรดานักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมทั้งบรรดาช่างภาพทั้งมือใหม่หัดขับ และมือเก๋ารุ่นลายครามก็ว่าได้ ด้วยบรรยากาศเย็นสบาย ครั้นเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า แสงฟ้าปรับเปลี่ยนสีอันรัญจวนจิตและเร้าใจ เส้นแสงอันงดงามประดุจดั่งภาพวาดชั้นครู ที่ธรรมชาติแต่งแต้มสีสันให้เปรียบดั่งปลายพู่กันอันพลิ้วไหว ยังคงเป็นภาพอันน่าประทับใจเมื่อได้เห็นทุกครั้ง

 

มากว๊านพะเยาแล้ว ท่านอย่าตกใจ เพราะจะพบกับต้นมะพร้าวที่ขึ้นอยู่อย่างเรียงราย ชวนให้หวนคิดถึงชายทะเล ด้วยบรรยากาศอันแสนชิล จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนนั่งรับประทานอาหาร บ้างก็เดินเล่นกินลมชมวิว ขี่จักรยานออกกำลังกาย พร้อมกันกับการได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศเมื่อยามพระอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า ในวันหยุดสุดสัปดาห์ กว๊านพะเยาจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร้านอาหารริมกว๊านจึงถูกจับจองไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเปิบอาหารพื้นเมือง เช่น ปลาเผา กุ้งเผา กุ้งเต้น ฯลฯ กว๊านพะเยายังเชื่อต่อถนนคนเดิน ที่จัดให้มีขึ้นในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ มีสินค้าให้เลือก “ชิมช้อปใช้” ได้อย่างสารพัดกันเลยทีเดียว ทั้งอาหาร ขนมนมเนย เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องประดับ ฯลฯ 
 

ผู้เขียนเองก็มีความชื่นชอบอากาศทางภาคเหนืออยู่เป็นทุนเดิม ก็เพราะว่าเย็นสบายจะทำอะไรก็ไม่เหนื่อย โดยเฉพาะเวลาเดินถ่ายรูป แทบจะไม่มีเหงื่ออกสักกะหยด ส่วนชาวพะเยานั้นเขามีความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ด้านอาหารการกินก็ราคาไม่แพงถูกแสนถูก ทว่าอร่อยเหาะอย่าบอกใคร !

 

หากมาพะเยาต้องพักสัก 3 วัน 2 คืน ถึงจะเหมาะ เพราะว่าเราจะได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศความงดงามของเมือง โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัดวาอาราม และสถานีที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในช่วงเช้าบริเวณท่าเรือริมกว๊าน จะมีผู้คนมานั่งเรียงราย เพื่อตระเตรียมปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ ไว้เพื่อรอใส่บาตร ส่วนนักท่องเที่ยวก็สามารถหาซื้อสำรับกับข้าว รวมทั้งข้าวเหนียวเป็นกระติ๊บ เพื่อใส่บาตรได้อีกด้วย พอถึงเวลาประมาณ 7 โมงตรง พระสงฆ์ท่านจะเดินมารับบิณฑบาตเป็นทิวแถว และสวดให้ศีลให้พรแก่ผู้ที่มาทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

ใครที่ต้องการเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อศิลากลางกว๊านพะเยา ก็สามารถกระทำได้ โดยเสียค่าเรือคนละ 20 บาท บนเรือมีเสื้อชูชีพให้นักท่องเที่ยวได้ใส่เพื่อความปลอดภัย การล่องเรือใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 20 นาที  “หลวงพ่อศิลา” เป็นพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี ค้นพบเมื่อปี 2526 ในบริเวณวัดติโลกอารามขณะที่จมอยู่ใต้น้ำ  ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดศรีอุโมงค์คำ จนกระทั่งปี 2550 จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับไปประดิษฐานบริเวณที่เป็นที่ตั้งของวัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือไปกราบไหว้สักการะบูชาอีกด้วย

 

ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 3 เดือน 6 และเดือน 8 ที่กว๊านพะเยาจะจัดงานบุญใหญ่ ซึ่งตรงกับวันที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น มาฆบูชา วิสาขะบูชา และอาสาฬหบูชา ก็จะมีพิธีเวียนเทียนกลางน้ำในยามพลบค่ำ ชาวบ้านชาวเมืองจะพากันนำดอกไม้ธูปเทียน ล่องเรือไปเวียนเทียนบูชาองค์หลวงพ่อศิลากลางน้ำเป็นจำนวน 3 รอบ ซึ่งกว๊านพะเยาในเวลานั้น จะงดงามไปด้วยแสงเทียนเหลืองอร่ามในวันพระจันทร์เต็มดวง
 

และนี่ก็คือสีสัน และความงดงามของกว๊านพะเยา ซึ่งได้ทำให้เมืองพะเยา กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิต โดยได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก พะเยาเมืองเก่าแห่งอาณาจักรล้านนา นอกเหนือไปจากการได้เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความงดงามแล้ว เรายังได้สัมผัสกับกรุ่นกลิ่นอายของศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงาม ซึ่งพี่น้องชาวเมืองพะเยาได้ร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ไว้ได้อย่างน่าชื่นชม

 ........................................

เรื่อง/ภาพ : ปิโยรส อุทุมเทวา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง