ชุมชน ต. กำแพง สร้างเตาเผาถ่าน มุ่งสู่วิสาหกิจชุมชน

Last updated: Nov 11, 2019  |  243 จำนวนผู้เข้าชม  |  Ministry

ชุมชน ต. กำแพง สร้างเตาเผาถ่าน มุ่งสู่วิสาหกิจชุมชน


โดยนำไม้ยูคามาผลิตเป็นถ่านไม้คุณภาพสูงกว่าถ่านทั่วไป รวมทั้งได้ผลพลอยได้ จากการเผาถ่าน สามารถสร้างรายได้ ให้คืนทุนภายในเวลา 3-4 เดือน ทำให้สามารถขยายผลการลงทุน เป็นต้นทางของการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนต่อไปในอนาคต 

นายสม บุญสงกา หัวหน้ากลุ่มเตาเผาถ่านของชุมชน ต.กำแพง อ.เกษตรพิสัย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามที่ตำบลกำแพง ได้รับคัดเลือกเข้า “โครงการชุมชนต้นแบบคาร์บอนเหลือศูนย์” หรือ Zero Carbon Community ภายใต้การสนับสนุนจาก สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท.,อาศรมพลังงานฯ และ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ขณะนี้ได้จัดสร้างเตาเผาถ่านคุณคุณภาพสูงเสร็จ 2 เตา และได้เริ่มการผลิตถ่านออกมาแล้ว 


เตาเผาถ่าน เป็นเตาที่ออกแบบโดยอาศรมพลังงาน เรียกว่า “เตาอิวาเตะ” ตามต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้การเผาถ่านที่มีความร้อนสูง ไม่มีควันออกมาสู่ภายนอก ผลผลิตจะเป็นถ่านไม้ที่แกร่ง เหมาะกับการนำไปใช้ปิ้งย่าง ประกอบอาหารโดยไม่มีมลพิษ และยังได้ผลพลอยได้น้ำส้มควันไม้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจำหน่ายได้ราคาดี ที่สำคัญเถ้าถ่านยังสามารถนำไปผลิตเป็นปุ๋ยถ่านไบโอชาร์ เพื่อไปรองก้นหลุมปลูกต้นไม้ เป็นการดึงคาร์บอนลงดิน ตามแผนของโครงการ 

เนื่องเตาที่ออกแบบมีขนาดใหญ่ จึงสามารถรับเศษไม้ยูคาที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบทุ่งกุลาร้องไห้ ได้ครั้งละประมาณ 4-4.5 ตันต่อเตา ผลิตถ่านได้เกือบ 800 กิโลกรัม น้ำส้มควันไม้ 500-600 ลิตร ปุ๋ยมากกว่า 100 กิโลกรัม ดังนั้นจากการลงทุนประมาณ 600,000 บาท คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาไม่เกิน 3 -4 เดือน “ดังนั้น เราจะสามารถสร้างต้นแบบของการทำเตาเผาถ่านคุณภาพสูง ให้ชุมชนเกิดความสนใจ นำไปสู่การกระจายหุ้นระดมทุน เพื่อจัดตั้งเป็นวิสาหกิจต่อไปในอนาคต” นายสมกล่าว 

ทางด้าน นายชาญชัย ลิมปิยากร ผู้อำนวยการอาศรมพลังงานได้กล่าวเสริมว่า ได้เตรียมการอบรมชุมชน ให้มีความรู้เรื่องเตาเผาถ่านคุณภาพสูง มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีนี้ โดยให้ชุมชนหาสถานที่ตั้งเตา และช่วยกันสร้างโรงเรือน ตลอดจนเรียนรู้การสร้าง ปั้นเตา ด้วยตนเอง ซึ่งการเรียนรู้นี้จะเกิดประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาเตา ตลอดจนการสร้างเตาเพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ยังเรียนรู้การผลิตปุ๋ยจากถ่านที่ได้ และนำมาปลูกต้นไม้ในแปลงทดลองเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า การปลูกพืชโดยใส่ปุ๋ยจากส่วนผสมของถ่าน จะช่วยให้พืชเติบโตได้ดี เป็นแนวคิดในการดึงคาร์บอนลงดิน เพื่อให้การปลดปล่อยคาร์บอนของชุมชนกับการเก็บลงดินเหลือศูนย์ ในอนาคต 

โครงการนี้เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เนื่องจากนิเวศดินในพื้นที่นี้ขาดอินทรีย์วัตถุ ประสบกับปัญหาดินเค็มและแห้งแล้งติดต่อกันเป็นเวลานาน ปุ๋ยถ่านไบโอชาร์ที่ได้จากการเผาถ่านคุณภาพสูง(ถ่านที่เป็น pure carbon เนื่องจากเผาที่อุณหภูมิสูง) จะมีรูพรุนจำนวนมาก เป็นช่องว่างให้อากาศ ออกซิเจนและความชื้น แทรกซึมภายในเนื้อถ่าน เมื่อนำมาคลุกกับน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากการคัดสรรจุลินทรีย์ท้องถิ่นในป่าแถบนั้นร่วมกับมูลสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้ดินมีชีวิตฟื้นระบบนิเวศของดินกลับมาใหม่ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกป่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ และเก็บก๊าซเรือนกระจกฝังดิน ลดปัญหาโลกร้อน