'ผช.รมว.พม.' พร้อมสายด่วน พม. 1300 ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ 19 ครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคมในชุมชนปู่โฉมพัฒนา และชุมชนบางกระดี่ ย่านบางขุนเทียน กทม.

Last updated: Jan 8, 2020  |  72 จำนวนผู้เข้าชม  |  Ministry

'ผช.รมว.พม.' พร้อมสายด่วน พม. 1300 ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ 19 ครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคมในชุมชนปู่โฉมพัฒนา และชุมชนบางกระดี่ ย่านบางขุนเทียน กทม.

วันนี้ (8 ม.ค. 63) เวลา 13.00 น. นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมและช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ทั้งเด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาทางสังคม จำนวน 19 ครอบครัว ณ ชุมชนปู่โฉมพัฒนา และชุมชนบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร


นายสากล กล่าวว่า วันนี้ ตนพร้อมด้วยศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) 2. กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) โดยศูนย์บริการคนพิการ สาขาอ้อมน้อย 3. กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) 4. กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร และ 5. สำนักงานเขตบางขุนเทียน กทม. โดยฝ่ายพัฒนาชุมชน รวมทั้งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ที่ประสบปัญหาทางสังคม รวมจำนวน 19 ครอบครัว ณ ชุมชนปู่โฉมพัฒนา และชุมชนบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร อาทิ 1) หญิงชราอายุ 63 ปี พิการทางการเคลื่อนไหว อาศัยอยู่กับลูกชาย และหลานๆอีก 3 คน ซึ่งถูกผู้เป็นแม่ทอดทิ้งไป ต้องขอข้าวจากวัดกินประทังชีวิต 2) หญิงชราอายุ 92 ปี พิการทางการเคลื่อนไหว อาศัยอยู่กับลูกสาวที่ประกอบอาชีพเป็นแม่บ้าน รายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่าย 3) หญิงชราอายุ 82 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาศัยอยู่กับลูกชายอายุ 49 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ

เนื่องจากต้องดูแลผู้เป็นแม่อย่างใกล้ชิด และต้องดูแลลูกชายที่พิการทางสติปัญญาอีก 1 คน 4) หญิงอายุ 41 ปี พิการซ้ำซ้อนอาศัยอยู่กับพ่อและแม่แก่ชรา อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุใช้ประทังชีวิต รายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่าย และ 5) หญิงชราอายุ 74 ปี ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ มีสมาชิกในบ้านอาศัยอยู่รวมกัน 5 ชีวิต มีทั้งผู้ป่ายพิการ เด็กเล็ก และเด็กวัยกำลังเรียน เป็นต้น

นายสากล กล่าวต่อว่า หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันประเมินทางสังคมและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ดังนี้ 1) มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น 2) นำเรื่องของครอบครัวที่มีเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาทางสังคม เข้าพิจารณาเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ 3) ซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้มีความเหมาะสม มั่นคง และถูกสุขลักษณะสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 4) รักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง 5) มอบหมายให้ อพม. ในชุมชน เยี่ยมบ้านเพื่อช่วยดูแลกลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ 6) ให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการประกอบอาชีพและการส่งเสริมรายได้อย่างมั่นคง 7) ให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อขอรับสิทธิสวัสดิการอื่นตามกฎหมาย และ 8) หาแนวทางร่วมกันในการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาชีวิตที่ดีในระยะยาวต่อไป

นายสากล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ หากประชาชนประสบปัญหาทางสังคม หรือพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมให้คำปรึกษาและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่