๑๕๐ ปีชาตกาล “พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” จอมทัพธรรม บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพของ “ยูเนสโก้”

Last updated: Mar 11, 2020  |  216 จำนวนผู้เข้าชม  |  Ministry

๑๕๐ ปีชาตกาล “พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” จอมทัพธรรม บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพของ “ยูเนสโก้”

UNESCO ได้ทำการยกย่องพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต  ในฐานะบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปี 2563 โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Education, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO) ประจำปี ๒๕๖๓ – ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้เสนอชื่อบุคคลสำคัญเพื่อให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่อง และในสมัยการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก ครั้งที่ ๔๐ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้ยกย่องพระอาจารย์มั่น ภูริภัตโต ครบรอบ ๑๕๐ ปีชาตกาล (วันที่ 20 มกราคม 2563)

ประวัติโดยสังเขป     

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเถระ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จนได้รับสมยานามว่า “จอมทัพธรรม” เดิมชื่อ เด็กชาย มั่น แก่นแก้ว บิดามารดาชื่อ นายคำด้วง-นางจันทร์ แก่นแก้ว เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๑๓ ตรงกับวันแรม ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย ณ บ้านคำบง ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี



เมื่อท่านมีอายุได้ ๒๒ ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดศรีทอง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้ฉายาว่า “ภูริทตฺโต” หลังอุปสมบทท่านได้ศึกษาในฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน (ธรรมยุต) กับท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ณ วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากนั้นท่านได้เข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดปทุมวนาราม และได้ศึกษาอบรมกับท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส ภายหลังท่านได้ออกฝึกปฏิบัติ “ธุดงคกรรมฐาน” ด้วยตนเองตามลำพัง โดยธุดงค์ไปตามสถานที่ที่เป็นป่าเขา ถ้ำ เงื้อมผา ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน บางครั้งท่านก็ธุดงค์ไปยังประเทศพม่า ลาว เมืองหลวงพระบาง เป็นต้น ซึ่งในระหว่างธุดงค์ไปนั้น ก็มีคณะศิษยานุศิษย์ที่เลื่อมใสในข้อวัตรปฏิบัติขององค์ท่านได้ติดตามไปแบบห่างๆ อีกด้วย จนต่อมาพระสงฆ์เหล่านั้นได้เจริญงอกงามในธรรมจนกลาย เป็นพระมหาเถระองค์สำคัญๆ ของประเทศไทย



ในช่วงระยะ ๕ ปีที่ย่างเข้าวัยชรา ท่านจึงได้พำนักเป็นหลักแหล่ง ณ วัดป่าภูริทัตตถิราวาส หรือวัดป่าบ้านหนองผือ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งช่วงนั้นท่านได้สั่งสอนอบรมศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมากมาย จนมีชื่อเสียงล่ำลือไปทั่วประเทศไทย และยังมีประชาชนจำนวนมากนับถือกันทั่วประเทศ จนกระทั่งท่านอาพาธหนักเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๒ ท่านได้มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๑๑ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๒ เวลา ๐๒. ๒๓ น. และคณะศิษย์ได้ร่วมจัดงานประชุมเพลิงท่าน ณ วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที ๓๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓ สิริรวมอายุได้ ๘๐ ปี

หลักคำสอนของท่านได้ชี้แนะวิธีบำบัดทุกข์ ด้วยการลดละความโลภ ความโกรธ และความหลงออกจากใจตน ดำเนินอุบายโกศลให้มหาชนเข้าถึงความสงบด้วยการเจริญสมาธิ เป็นบาทฐานแห่งสติชอบอันประกอบด้วยปัญญา ครองจริยาอยู่ในระเบียบวินัย ส่งผลให้มนุษยชาติทุเลาการวิวาทบาดหมาง มุ่งบำเพ็ญเพียร เพื่อหนทางทุเลาความเร่าร้อนแห่งกิเลส เป็นเหตุให้ผู้คนหันมาสนใจศึกษาแนวทางที่ท่านได้ดำเนินนำ 



ด้านศาสนธรรมอันท่านได้จุดประกายแห่งปัญญาไว้ แผ่ขยายความสว่างไสวออกไปสู่สังคมโลกได้จนปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง จนที่ประชุมใหญ่สมัยสามัญองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ ๔๐ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้มีมติประกาศยกย่อง พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ โดยมีมติรับรองการร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๑๕๐ ปีชาตกาล วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง