สานสัมพันธ์ครอบครัวด้วยเทคโนโลยีอย่างไรให้มีความสุขและหยุดเสี่ยงรับเชื้อ ในวันที่เราทุกคนควร #อยู่บ้านเถอะนะ ด้วยความห่วงใยจาก TrueMoney

Last updated: Apr 13, 2020  |  132 จำนวนผู้เข้าชม  |  Business news

สานสัมพันธ์ครอบครัวด้วยเทคโนโลยีอย่างไรให้มีความสุขและหยุดเสี่ยงรับเชื้อ  ในวันที่เราทุกคนควร #อยู่บ้านเถอะนะ ด้วยความห่วงใยจาก TrueMoney

.......ถาบันครอบครัวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะสังคมไทยที่ครอบครัวมีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ทั้งนี้ ในอดีตครอบครัวไทยมักเป็นครอบครัวขยาย แต่ทุกวันนี้ด้วยปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้ครอบครัวยุคใหม่มีจำนวนสมาชิกน้อยลง และมีรูปแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งแบบครอบครัวที่มีลูกเล็ก ครอบครัวพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวข้ามรุ่นที่ผู้สูงอายุ อยู่กับหลานครอบครัวที่ไม่มีลูก ครอบครัวที่แยกกันอยู่คนละแห่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวแบบไหน หรือมีคน Gen เป็นสมาชิกครอบครัว ความแตกต่างระหว่างวัยด้วยมุมมองและประสบการณ์การใช้ชีวิตอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดช่องว่างในความสัมพันธ์ระหว่างกัน ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีความเสี่ยงเรื่องของไวรัสโควิด- 19 ที่ไม่เพียงส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่รวมถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่ทุกคนถูกคาดหวังให้ #อยู่บ้านเถอะนะ แต่ยังคงต้องเว้นระยะห่าง (Social Distancing) เพื่อลดความเสี่ยงนั่นเอง 


 

ยิ่งในเดือนแห่งครอบครัวที่วั นหยุดยาวถูกยกเลิกพร้อมกับมี การรณรงค์ให้งดการไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยง หลายคนอาจจะรู้สึกเหมือนมีช่องว่างระหว่างกันในครอบครัวมากขึ้น และเป็นการยากที่จะแสดงความห่วงใยกันเหมือนเช่นเคย แต่หากนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย ก็จะสามารถกระชับความสัมพันธ์ ครอบครัวเพื่อสร้างกำลังใจให้ แก่กันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันแต่ต้ องห่างกัน หรืออยู่ห่างต่างที่กัน ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่าไม่ได้จำกั ดเฉพาะการสื่อสาร แต่แอปพลิเคชั่นที่ช่วยดู แลการใช้จ่ายและทำธุ รกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวันอย่างอีวอลเล็ท ก็สามารถเข้ามามีบทบาททั้งในด้านการมอบความสะดวกสบาย ซื้อหาความเพลิดเพลินคลายเครียดที่ออกไปไหนไม่ได้ รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์ ระหว่างกันก็ได้ด้วยเช่นกัน เพราะหากนึกถึงกิจวัตรของครอบครัวทั่วไปในแต่ละวัน ก็คงไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวข้ องกับการจับจ่าย ไม่ว่าจะเป็นซื้อของกิน หาของฝาก ของขวัญ ของใช้ โอนเงินค่าขนม ค่าใช้จ่ายประจำเดือน หรือจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ภายในบ้าน เป็นต้น
 

อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีอย่างอีวอลเล็ท ที่ดูจะไม่เป็นปัญหาของคนรุ่นใหม่ แต่ในุมุมมองผู้ใหญ่วัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงวัยจำนวนมากยังมองว่าการใช้ช่องทางดิจิทัลชำระเงินอย่าง อีวอลเล็ท คือ “ยาขม” ด้วยความที่ไม่สันทัดการใช้ เทคโนโลยียุคใหม่และยังคุ้นชินกับการใช้ “เงินสด” เป็นหลัก บวกกับความไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัย จึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้มาทำให้ชีวิตวุ่นวายไปกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้ก็ตรงกับผลสำรวจของ Visa Singapore ที่พบว่าผู้สูงอายุเพียง 30% เท่านั้นที่เคยใช้แอปพลิเคชั่นทางการเงินอย่าง Mobile Banking หรือ e-Wallet ข้อมูลที่ยิ่งน่าสนใจคือผู้สูงอายุเกือบทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของบัตรเดบิต แต่ก็ยังเลือกจ่ายด้วยเงินสดเวลาชำระเงินอยู่ดี เพราะพวกเขามองว่าตนเองแก่เกินไปที่จะใช้งานสิ่งเหล่านี้ โดยกลัวว่าจะใส่รหัสผิดเพราะสายตาไม่ดี กลัวถูกโกง และมองว่าใช้งานยุ่งยาก แต่ในทางกลับกัน 76% ของผู้สูงอายุจะรู้สึกมั่ นใจในการช้อปปิ้งและชำระเงินออนไลน์มากขึ้นทันที หากมีคนคอยแนะนำหรือมีการสอนให้ใช้งานจนสำเร็จ

ดังนั้น จะดีกว่าไหมหากคนรุ่นใหม่ที่อยู่บ้านว่างและเบื่อในช่วงนี้ จะเอาฟีเจอร์หรือประโยชน์ของโลก Digital รวมถึงเรื่องของ Cashless มาช่วยกระชับความสัมพันธ์กับคนในบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยกขึ้นมาเป็นหัวข้อพูดคุยกระชับสัมพันธ์ระหว่างกันในช่วงนี้ เพราะผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หลายคนก็กำลังต้องการทางออกที่ ช่วยให้ชีวิตพวกเขาสะดวกสบายและไม่ต้องออกนอกบ้านไปรับความเสี่ยงเช่นกัน แต่จะเริ่มต้นพูดคุยเรื่องเทคโนโลยีอย่างไรให้ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุสนใจ เรื่องนี้ทรูมันนี่ ผู้ให้บริการด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำ ที่ร่วมรณรงค์ให้คนไทย #อยู่บ้านเถอะนะ เพื่อป้องกันการแพร่ ระบาดของโควิด-19 ได้มีแนวทางง่าย ๆ มาแนะนำเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

 

ขั้นที่ 1: ควรเริ่มต้นด้วยการแนะนำง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนและบอกข้อดึของการใช้ เทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหา

เริ่มต้นจากการแนะนำให้รู้จักกับแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึง e-Wallet พร้อมบอกว่าช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นอย่างไร อาทิ พูดถึงการที่ไม่ต้องเสี่ยงออกไปชำระค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือมีแค่โทรศัพท์มือถือก็จ่ายค่าบริการเหล่านี้ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทาง ขึ้นรถลงเรือไปถึงธนาคารหรือเคาท์ เตอร์เซอร์วิสเพื่อต่อคิวรอจ่ายเงินให้วุ่นวาย อาจมีการแนบลิงก์สอนวิธีใช้ งานและการดาวน์โหลด พร้อมโทรคุยบอกขั้นตอน หรือทำให้ดู เป็นต้น

 
ขั้นที่ 2: ทดลองใช้กับร้านค้าแถวบ้านก่อน หรือสั่ง delivery

จากนั้นก็ขยับมาเป็นการแสดงตัวอย่างการซื้อสินค้าหรือบริ การจากร้านค้าต่าง ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ ที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งช่วงนี้หลายต่อหลายร้านรับซื้อผ่านออนไลน์และมาส่งถึงบ้ าน เพื่อให้ผู้สูงวัยได้เรียนรู้ และเข้าใจระบบการชำระเงินดิจิทั ลว่าช่วยให้การใช้ชีวิตง่ ายดายและรวดเร็วขึ้น แถมยังลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสต่าง ๆ ในแบบแทนเงินสด ลดสัมผัส ได้ในช่วงนี้อีกด้วย

 
ขั้นที่ 3: โชว์ผลลัพธ์การใช้ งานและความปลอดภัย

แก้ความกังวลเรื่องความปลอดภัยที่อาจมี โดยบอกช่องทางในการติดต่อกับผู้ ให้บริการกรณีเกิดข้อสงสัยหรือปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการแชทผ่านในแอปฯ หรือเบอร์โทรคอลเซ็นเตอร์ พร้อมแสดงให้เห็นผลลัพธ์ จากการใช้งานและขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐาน ไม่ว่าหลังจากจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ภายในบ้าน ผ่านช่องทาง e-Wallet แล้วรับใบเสร็จ การตรวจสอบความถูกต้องและอี เมลยืนยัน ที่สำคัญ บอกให้ผู้สูงอายุระมัดระวังไม่ ให้โอนเงินให้ใครหากไม่ได้โทรคุ ยยืนยันหรือเจอหน้ากันว่าใช่ตัวจริง และใช้เทคโนโลยีการยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อสร้างความปลอดภัย ป้องกันบุคคลอื่นมาแอบอ้าง และยังอุ่นใจกับทุกการใช้จ่ายจะได้รับ SMS แจ้งเตือนทุกครั้งที่ทำธุรกรรม


ขั้นสุดท้าย : หมั่นให้กำลังใจและคอยประคับประคองอย่างต่อเนื่อง และหากิจกรรมทำร่วมกัน

ข้อนี้สำคัญมาก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ความเคารพซึ่งกันและกัน และเคารพซึ่งความต่าง โดยใจเย็นและหมั่นให้กำลั งใจระหว่างการเรียนรู้ และประคับประคองไปด้วยกันก็ จะทำให้เกิดความใกล้ชิดกันมากขึ้ น และเห็นการฝึกใช้เทคโนโลยีเป็ นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะเข้าถึ งกิจกรรมสนุก ๆ ที่สมาชิกครอบครัวสามารถทำร่ วมกันได้ อาทิ เลือกรับความบันเทิงที่สนใจร่ วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ สารคดี หรือเพลงเก่าต่าง ๆ ที่สามารถจัดหาได้อย่างง่ายดาย ทั้งจากบนแอปฯ ดูหนัง หรือแอปฯ ไลฟ์สตรีมมิ่งต่าง ๆ หรือการชวนชมพิพิธภัณฑ์ออนไลน์ ที่น่าสนใจ เป็นต้น


กิจกรรมออนไลน์ชวนสนุ กแบบครอบครัว เนื่องจากเทคโนโลยีวันนี้นั้ นเอื้อให้เราสามารถเข้าถึ งแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างง่ ายดาย ลองหากิจกรรมหรือเกมสร้างสรรค์ สนุก ๆ ช่วยฝึกสมองแถมได้รับความเพลิ ดเพลินบนแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งต่ อให้ครอบครัว เช่น เกมทำอาหาร เกมแต่งบ้าน ทำสวน เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดิจิทัล จับผิดภาพเหมือน เป็นต้น ดูแลธุระและเรื่องค่าใช้จ่ายเล็ ก ๆ น้อย ๆ ให้แก่กัน เช่น การผูกการจ่ายกับแอปฯ เดลิเวอรี่ต่าง ๆ เพื่อสั่งของกินของใช้ที่ ขาดมาส่ง การช่วยชำระค่าสาธารณูปโภคของบ้ าน หรือการช็อปปิ้งออนไลน์เพื่อค้ นหาของขวัญของฝากไปส่งให้ญาติที่ อยู่ห่างไกล เป็นต้น

      จะเห็นได้ว่า ถึงเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายได้แค่ไหน แต่สุดท้ายการพูดคุยสื่อสารกันสม่ำเสมอ เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยใส่ใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ ในเวลาที่ทุกคนจำเป็นต้องอยู่บ้านเช่นนี้ ก็สามารถหากิจกรรมสร้างสรรค์เพื่ อไม่ให้ความเบื่อหน่ายและเหินห่ างเข้ามาครอบงำ และลองมองให้ลึกคุณจะเห็นถึ งความห่วงใยที่พวกเขาส่งกลั บมาให้โดยไม่คาดหวังให้คุณตอบกลับไปด้วยเช่นกัน โดยทรูมันนี่ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกครอบครัว #อยู่บ้านเถอะนะ แบบตัวห่างใจชิด ห่างไกลโควิด-19 ไปด้วยกัน

 

................................................................

 

เกี่ยวกับ TrueMoney

TrueMoney คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิ กส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นให้บริการทางการเงิ นแก่ผู้คนรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย  

TrueMoney ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษั ท Ascend Money ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Financial Services Group ใน พ.ศ. 2559 โดยปัจจุบันมีบริการด้านการเงิ นที่หลากหลาย อาทิ TrueMoney Wallet แอปพลิเคชั่ นอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายง่ ายขึ้นและตอบโจทย์กับทุกไลฟ์ สไตล์ได้รับความนิยมสูงสุด นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายตั วแทนทรูมันนี่ ที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้ และบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ ทั้งหมดนี้เพื่ อมอบความสะดวกสบายในการทำธุ รกรรมทางการเงินให้กับหลายล้ านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ ดียิ่งขึ้น 
 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: บริษัท เอฟเอคิว จำกัด

คุณสุชาย เฉลิมธนศักดิ์ หรือ คุณปิยพงษ์ มิดชิด หรือ คุณวีรนันท์ แหไธสง 
โทรศัพท์: 02 970 6051 อีเมล: truemoney@pc-a.co.th