ซีลิค (SELIC) โชว์กำไรโค้งแรกปีนี้ 22.46 ลบ. พุ่ง 65.3%  พร้อมปรับกลยุทธ์บุกตลาดอาหาร- เครื่องดื่มสู้ COVID-19

Last updated: May 16, 2020  |  93 จำนวนผู้เข้าชม  |  Business news

ซีลิค (SELIC) โชว์กำไรโค้งแรกปีนี้ 22.46 ลบ. พุ่ง 65.3%  พร้อมปรับกลยุทธ์บุกตลาดอาหาร- เครื่องดื่มสู้ COVID-19

 
บมจ. ซีลิค คอร์พ (SELIC) โชว์กำไรโค้งแรกปีนี้ 22.46 ลบ. เติบโต 65.3% จากไตรมาสก่อนที่ 13.59 ลบ. ด้านรายได้ Q1/63 แตะ 329.63 ลบ. เพิ่มขึ้น 3.8% จาก Q4/62 ที่ 317.66 ลบ. เหตุรายได้ในธุรกิจสติ๊กเกอร์ ด้าน "เอก สุวัฒนพิมพ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ "ยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์" กรรมการผู้จัดการ มองหาโอกาสจากวิกฤตนี้ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการขายและการตลาด มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพของผู้บริโภค เช่น อาหาร เครื่องดื่ม หีบห่อบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นลดต้นทุน- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อคงสภาพคล่องกระแสเงินสด ความสามารถทำกำไร เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน

นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/63 มีกำไรสุทธิ 22.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.3% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/62 ที่มีกำไร 13.59 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 329.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/62 ที่ 317.66 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจสติ๊กเกอร์ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีรายได้แบ่งเป็นจากธุรกิจกาวอุตสาหกรรมมีสัดส่วน 44% และรายได้จากธุรกิจสติ๊กเกอร์ 56%

สำหรับธุรกิจกาวอุตสาหกรรมนั้น ไตรมาสแรกปีนี้มีรายได้ จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 6.55% ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 4.07 % อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ายอดขายมีการปรับตัวลดลงทั้งในและต่างประเทศ 3.5% และ 22.4% ตามลำดับ โดยการหดตัวในตลาดต่างประเทศส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค COVID-19 กับการส่งออกเนื่องจากหลายประเทศมีการปิดเมืองในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายเอก เผยว่า จากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผลกระทบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ด้านการท่องเที่ยว การส่งออก และอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อรายได้โดยตรง โดยเห็นได้ชัดจากการส่งออก เนื่องจากเกิดการปิดเมืองเต็มรูปแบบในต่างประเทศ และบางประเทศ รวมทั้งความต้องการของอุตสาหกรรมบางประเภทมีการหดตัวลง เนื่องจากความต้องการของตลาดที่ซบเซา โดยผู้บริโภคหันไปให้ความสนใจยั งอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพมากขึ้นเป็นลำดับสำคัญ ดังนั้นกลุ่มบริษัทจึงมุ่งไปยังกลุ่มที่ยังคงมีความต้องการสูง มีการเติบโตดี เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพของผู้บริโภค เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคที่ใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์หีบห่อ และด้านการขนส่ง ซึ่งกลุ่มบริษัทมีลูกค้าอยู่ ในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว



 
นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวเสริมว่า กลุ่มบริษัทยังคงมองหาโอกาสจากวิกฤตินี้ ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการขายและการตลาดในการเน้นไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง เพื่อลดแรงจากผลกระทบด้านยอดขายให้น้อยที่สุด โดยมองไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของบริษัท ซึ่งตั้งแต่เกิดโรคระบาดทางกลุ่มบริษัทมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกันระหว่างคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

นางสาวยุวดี กล่าวทิ้งท้าย ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน ทางฝ่ายบริหารจึงให้ความสำคัญกับการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรักษาและลดผลกระทบต่อรายได้จากหน่วยธุรกิจของซีลิค ขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อการคงสภาพคล่องและกระแสเงินสด รวมถึงความสามารถในการทำกำไร เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ http://seliccorp.com/