“ททท.” ผสานพลังร่วมกับคณะกรรมการลงพื้นที่ประเมิน “ชุมชนวังน้ำเขียว” จ.นครราชสีมา สาขาหมู่บ้านเชิงเกษตร (Rural Tourism Award : Agro Tourism) ในโครงการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท Thailand Rural Awards 2020 

Last updated: Sep 8, 2020  |  332 จำนวนผู้เข้าชม  |  Travel

“ททท.” ผสานพลังร่วมกับคณะกรรมการลงพื้นที่ประเมิน “ชุมชนวังน้ำเขียว” จ.นครราชสีมา สาขาหมู่บ้านเชิงเกษตร (Rural Tourism Award : Agro Tourism) ในโครงการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท Thailand Rural Awards 2020 

 

 

 

 

 

  


   

      

       เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ลงพื้นที่ ประกอบไปด้วย 1. กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร 2.ธ.ก.ส. 3. กรมการท่องเที่ยว และ4.Thailand Agro Tourism เพื่อสำรวจเส้นทางท่องท่องเที่ยวและทำการประเมิน “ชุมชนวังน้ำเขียว” จ.นครราชสีมา สาขาหมู่บ้านเชิงเกษตร (Best Agro tourism) ในโครงการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท Thailand Rural Awards 2020 โดยวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ทางททท. ยังได้ผนึกกำลังร่วมกับอีก 40 องค์กร ในการประเมิน และคัดเลือกสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท ทั้งยังเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนในระดับประเทศ จากชุมชนของประเทศไทย และมุ่งขยายผลสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ เน้นการส่งเสริมด้านการตลาด การสร้างความเชื่อมั่น รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวตามกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งหวังในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ของชาติ  ในยามที่ประเทศชาติต้องอาศัยความรู้รักสามัคคี และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายใน จากการที่โลกต้องเผชิญหน้ากับพิษภัยทางเศรษฐกิจของไวรัสโควิด-19 

          หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในสไตล์เกษตรกรรม หรือท่องเที่ยวชุมชน ต้องห้ามพลาด ! กับการมาเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามและมีเสน่ห์ในครั้งนี้ เพราะในทริปนี้ เราขอพาไปสัมผัสกับความมีเสน่ห์เย้ายวนใจของ “ชุมชนวังน้ำเขียว” จ.นครราชสีมา ที่สุดของชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม ที่มีความอบอุ่นเย้ายวนใจคอคนรักธรรมชาติ ที่ชอบเที่ยวดงพงไพรไปในโลกของธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ด้วยความสนุกและสุขใจแบบยั่งยืน



          


       

 
          สำหรับกิจกรรมการลงพื้นที่ “ชุมชนวังน้ำเขียว” จ.นครราชสีมา โดยในวันแรกของการเดินทาง คณะฯ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ “ชุมชนวังน้ำเขียว” เป็นระยะเวลาประมาณสามชั่วโมงครึ่ง โดยประเดิมสถานที่ท่องเที่ยวแรกที่ “ชุมชนหมู่บ้านท่องเที่ยว D-HOPE บ้านไทยพัฒนา” เพื่อชมการสาธิตการทำอาหาร เมนูเด็ดพื้นถิ่นที่ทำจาก “เห็ดหอม” สุดยอดสมุนไพรเป็นยา “ขนมจีนน้ำยาเห็ดหอม” ที่มีรสชาติอร่อย ต่อด้วยการสาธิตการทำขนมไทยโบราณ “ข้าวต้มมัดลูกโยน” ที่มีความอร่อยหอมหวาน ซึ่งนับเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้  โดยมีชาวบ้านชาวชุมชน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และผู้สื่อข่าวให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง

          หลังจากนั้น ทางคณะฯ จึงได้ออกเดินทางไปยัง “สวนสับปะรดสี บ้านพระอังคาร” ซึ่งนับเป็นสวนสับปะรดสี ที่มีขนาดใหญ่อันเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเพาะพันธุ์สับปะรด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ จ.นครราชสีมา โดยทางวิทยากรได้ให้องค์ความรู้ บอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมา และวงจรชีวิตของสับปะรดอย่างละเอียด 




        จากนั้นทางคณะฯ จึงเดินทางต่อไปยัง “รักจัง ฟาร์มเมล่อน วังน้ำเขียว” สำหรับคนที่ชื่นชอบในรสชาติความอร่อยหอมหวานสดชื่นของเมล่อนไม่ควรพลาด !  ทางฟาร์มยังได้อธิบายให้ความรู้ในรายละเอียดของการปลูกเมล่อนแบบไร้สารพิษ พร้อมทั้งยังชักชวนคณะฯ เดินเตร็ดเตร่ ช้อป ชม ชิม !เมล่อนสดๆ จากต้น และ พา ช้อป ชม ชิม อาหารและเครื่องดื่ม ที่แปรรูปมาจากเมล่อน ซึ่งช่วยสร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับคณะฯ เที่ยวชมได้ไม่เบากันเลยทีเดียว



 



        ช่วงบ่ายแก่ๆ ทางคณะฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมความงดงาม และเรียนรู้ในเรื่องราวคุณประโยชน์ของผักอินทรีย์ ผักปลอดสารพิษสารเคมี ที่มีความสดและสะอาด ที่ “ชุมชุนหมู่บ้านท่องเที่ยว D-HOPE บ้านไทยพัฒนา” ซึ่งเมื่อถึงชุมชุน ก็ได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างอบอุ่นจากชาวบ้านชาวชุมชนเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังได้เชิญชวนคณะฯ ให้ไปเก็บผักปลอดสารพิษ ที่แปลงผักอินทรีย์ เพื่อนำมาประกอบอาหาร ในกิจกรรม “Cooking Class” อาหารพื้นบ้านในสไตล์ “วีแกน” (Vegan) และร่วมกิจกรรมการทำอาหาร โดยใช้เห็ดสดๆ เป็นวัตถุดิบ อาทิ น้ำพริกเห็ด,ห่อหมกเห็ด,ทอดมันเห็ด,ผัดกระเพราเห็ด,ลูกชิ้นเห็ด,สลัดเห็ด,เห็ดสามอย่างย่าง,ต้มยำเห็ด,ไข่เจียวเห็ด,ไข่เจียวแหนมเห็ด,ลาบเห็ด,ยำหัวปลีใส่เห็ดหอม ฯลฯ  โดยทั้งคณะกรรมการ และผู้สื่อข่าวได้เข้าร่วมกิจกรรม และเรียนรู้กันอย่างสนุกสาน


 

         สำหรับกิจกรรมในวันที่สองนั้น หลังจากทางคณะฯ ได้รับประทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ออกเดินทางมายัง “โรงแหนมเห็ดแม่นุ้ย” เพื่อชมและเรียนรู้การสาธิตการทำแหนมเห็ดสดๆ พร้อมชมกระบวนการผลิตแหนมเห็ด และข้าวเกรียบเห็ดที่มีรสชาติอร่อย ทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชน พร้อมกันนี้ ทางชาวชุมชนยังมอบของที่ระลึกให้แก่คณะฯ อีกด้วย



 
          หลังจากนั้น ทางคณะฯ จึงออกเดินทางต่อไปยัง “วังน้ำเขียวฟาร์ม” เพื่อชมความอลังการ และความพร้อมของโรงเพาะเห็ด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน พร้อม ช้อป ชม ชิม ผลผลิตสดๆ สินค้าแปรรูปจากเห็ด ฯลฯ
 

 



          จากวังน้ำเขียวฟาร์ม ทางคณะฯ ได้เดินทางต่อไปยัง “ฟ้าประทานฟาร์ม” เพื่อชมความใหญ่อลังการของกล้วยหอมทองขนาดยักษ์ ขอบอกว่าใหญ่มาก ! และชมความพร้อมของสวนเกษตรผสมผสาน แปลงผัก แปลงองุ่นไร้เมล็ด ที่มีรสชาติหวานกรอบอร่อย แปลงกาแฟอราบริก้า และโรบัสต้า พร้อมกันนี้ ทางคณะฯ ยังได้รับของที่ระลึกเป็นองุ่นไร้เมล็ดรสชาติหวานกรอบกลับไปทานที่กรุงเทพฯ อีกด้วย


          ปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจในการเยี่ยมชม “สวนแม่หม่อน” พร้อม ชม ช้อป ชิม เครื่องดื่ม “สมูทตี้มัลเบอร์รี่ผสมน้ำผึ้ง” ที่มีรสชาติหวานหอมอร่อย พร้อมๆ กันกับชมการสาธิตการเก็บลูกมัลเบอร์รี่ ที่มีรสชาติหวานหอม การสาธิตการปลูกต้น “มานิลลา” พร้อมรับประทานอาหารพื้นบ้าน อาทิ ข้าวโพดทอด, ผัดหมี่ .ยำมัลเบอร์รี่และผลไม้ ฯลฯ


         

         ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมการแข่งขันนักการตลาดอาสาเพื่อชุมชนในรอบชิงชนะเลิศนี้ ทีมนักการตลาดทั้งหมด 17 ทีม ในแต่ละสาขาที่ผ่านการคัดเลือก จะต้องลงพื้นที่ชุมชนตามโจทย์ที่กำหนดให้ เพื่อไปสร้างสรรค์แพ็คเก็จท่องเที่ยววิถีชุมชนที่ดีที่สุด โชว์ฝีมือทางการตลาด และวางแผนการขายวอร์เชอร์ท่องเที่ยวชุมชน ส่วนทีมนักการตลาดทีมใดที่ขายวอร์เชอร์ได้มากที่สุด ก็จะได้รับรางวัลชนะเลิศไปโดยปริยาย โดยนักการตลาดทุก ๆ ทีม จะมีระยะเวลาในการขายวอร์เชอร์ 30 วัน ซึ่งทีมผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการคัดเลือกใน สาขาหมู่บ้านเชิงเกษตร (Rural Tourism Award : Agro Tourism)  คือ ทีมคุณอมร อินทรวงค์ สามารถติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/1048998931816728/posts/3111542555562345/ 

        นอกจากผลจากคะแนนในการลงพื้นที่ชุมชนของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ แล้ว ในขณะเดียวกัน ททท. ยังได้ให้ความสำคัญกับการเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมโหวตเลือกสุดยอดชุมชน และสามารถเข้าร่วมโหวต ได้ที่ https://www.trtaward.com/สุดยอดชุมชน โดยมีการกำหนดเกณฑ์การพิจารณา 2 ประการ คือ คะแนนจากการพิจารณาของคณะกรรมการ 70 % และคะแนนโหวตจากนักท่องเที่ยว 30 % ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะทำการประกาศผล และจัดพิธีมอบสุดยอดรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบทในวันที่ 27 กันยายน 2563 นี้ ซึ่งตรงกับวันท่องเที่ยวโลก “World Tourism Day” ส่วนชุมชนผู้ชนะการประกวดในครั้งนี้ นอกจากจะได้โล่รางวัลอันทรงเกียรติแล้ว ยังจะได้รับการประชาสัมพันธ์ ต่อยอดขยายผลทางการตลาด และการขายอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านสื่อต่างๆ อย่างมากมาย รวมไปถึงการขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ระดับโลก เช่น “Airbnb” เป็นต้น


       ท้ายสุดนี้ ทางกองบรรณาธิการ ต้องขอขอบพระคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรม และช่วยอำนวยความสะดวกในทุกๆ ประการ

…………………………………………………………………….

By : ปิโยรส อุทุมเทวา บรรณาธิการ-บรรณาธิการภาพ

www.asiabiz-travel.com / facebook-นักเดินทางมีเรื่องเล่า / Bangkok diary today 

โทร. 061 949 2508 Email : piyoros2514@gmail.com  



 

 

 

                

 

 

     

                  

         

 

 

 

 

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง